ขณะนี้ TSMC กำลังเผชิญกับสภาวะที่เรียกว่า “Capacity Suffocation” หรือการสำลักกำลังการผลิตของตัวเองครับ
💰 1. งบลงทุน (CapEx) ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
- ตัวเลขมหาศาล: นักลงทุนคาดการณ์ว่าในปี 2026 งบลงทุนของ TSMC จะพุ่งสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ที่อยู่ราว 4-4.2 หมื่นล้านดอลลาร์
- เป้าหมาย: เงินก้อนนี้ถูกทุ่มลงไปกับเทคโนโลยี 2nm (N2) และ A16 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่สู่ GAA (Gate-All-Around) รวมถึงการขยายโรงงานในสหรัฐฯ (Arizona), ญี่ปุ่น และเยอรมนี เพื่อตอบโจทย์ด้านภูมิรัฐศาสตร์
👷 2. ปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นรุนแรง
- ในไต้หวัน: แม้จะเป็นฐานที่มั่นหลัก แต่ไต้หวันกำลังเผชิญกับวิกฤตแรงงานขาดแคลน โดยมีตำแหน่งงานว่างสำหรับวิศวกรมากกว่า 27,700 ตำแหน่ง
- ในสหรัฐฯ (Arizona): การก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 และ 3 ต้องเผชิญกับความล่าช้าเพราะขาดแคลน “ช่างเทคนิคเฉพาะทาง” จนต้องมีการนำเข้าแรงงานจากไต้หวัน ซึ่งสร้างความขัดแย้งกับสหภาพแรงงานในท้องถิ่น
📦 3. คอขวดที่แท้จริง: Advanced Packaging (CoWoS)
- แย่งชิงพื้นที่: ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การผลิตชิปเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ “แพ็กเกจจิ้ง” (CoWoS) ซึ่งปัจจุบันคิวเต็มยาวไปจนถึงปี 2026
- ลูกค้า VIP: NVIDIA จองคิวไปกว่า 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ตามมาด้วย Apple, AMD และ Google ทำให้ลูกค้ารายย่อยแทบไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีนี้เลย
🛡️ กลยุทธ์การปรับตัว: “ช้าแต่ชัวร์” และ “การกระจายความเสี่ยง”
TSMC รู้ดีว่าการเร่งขยายตัวตามความต้องการ AI ที่บ้าคลั่งนั้นมีความเสี่ยงสูง (หากฟองสบู่ AI แตกขึ้นมา) พวกเขาจึงเลือกใช้กลยุทธ์:
🐝 ปรับราคาขึ้น (Price Hike): เพื่อชดเชยต้นทุน CapEx ที่สูงขึ้น TSMC ได้ส่งสัญญาณปรับราคาการผลิตชิป 2nm และ 3nm รวมถึงบริการแพ็กเกจจิ้ง โดยลูกค้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับ
🐝 ขยายฐานสู่ต่างประเทศ: การเร่งติดตั้งเครื่องจักรใน Arizona (Phase 2) ให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม 1 ปี เพื่อลดแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ และกระจายความเสี่ยงจากปัญหาแผ่นดินไหวในไต้หวัน
🐝 พันธมิตร OSAT: เริ่มแบ่งงานแพ็กเกจจิ้งบางส่วนที่ซับซ้อนน้อยกว่าให้บริษัทภายนอกอย่าง ASE เพื่อบรรเทาคอขวดของตัวเอง
🔮 มุมมองส่งท้าย: ใครจะมาแทนที่?
ในขณะที่ TSMC กำลัง “ทรมานกับความสำเร็จ” คู่แข่งอย่าง Intel และ Samsung ก็กำลังเร่งเครื่องอย่างหนัก:
- Intel: พยายามดึง Apple และ Qualcomm มาใช้บริการแพ็กเกจจิ้ง EMIB ของตัวเองเพื่อเป็นแผนสำรอง
- Samsung: เร่งพัฒนา 3.3D Packaging เพื่อแย่งชิงเค้กจาก NVIDIA ในปี 2026
สรุป: ปี 2026 จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ว่า TSMC จะสามารถบริหารจัดการ “ความต้องการที่ล้นทะลัก” นี้ได้โดยไม่เสียสมดุลทางธุรกิจไปเสียก่อนหรือไม่ครับ

