HomeNewsAMD พลิกเกม! ชนะ NVIDIA (ชั่วคราว) ในก้าวสำคัญควอนตัมฯ – ใช้ "ชิปธรรมดา" รันอัลกอริทึมแก้บั๊กของ IBM ได้สำเร็จ

AMD พลิกเกม! ชนะ NVIDIA (ชั่วคราว) ในก้าวสำคัญควอนตัมฯ – ใช้ “ชิปธรรมดา” รันอัลกอริทึมแก้บั๊กของ IBM ได้สำเร็จ

Published on

IBM ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการควอนตัมคอมพิวติ้งครับ และที่น่าทึ่งคือ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้โดยใช้ “ชิปมาตรฐาน” (Standard Chips) จาก AMD ซึ่งถือเป็นการเอาชนะ NVIDIA ในก้าวสำคัญนี้ไปก่อน (ชั่วคราว)

หัวใจสำคัญ: การแก้บั๊กควอนตัม (Quantum Error Correction – QEC)

ต้องเข้าใจก่อนว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ใช้หน่วยประมวลผลที่เรียกว่า “คิวบิต” (Qubits) ซึ่งแตกต่างจากบิต (0/1) ที่เราใช้กันในคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน ปัญหาคือ คิวบิตเหล่านี้ “เปราะบาง” มากครับ แค่การสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย หรือการรบกวนจากสภาพแวดล้อม ก็สามารถทำให้การคำนวณผิดพลาดได้ง่ายๆ

“อัลกอริทึมแก้ไขข้อผิดพลาด” (QEC) จึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องคอยตรวจจับและแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ไปทำลายสถานะอันเปราะบางของคิวบิต (ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนมาก)

ความสำเร็จครั้งนี้คืออะไร?

IBM สามารถรันอัลกอริทึม QEC ที่พัฒนาขึ้นเองนี้ บนชิปประเภท FPGA (Field-Programmable Gate Array) ของ AMD ได้สำเร็จครับ และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ มันทำงานได้ “เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 10 เท่า!”

Jay Gambetta ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IBM กล่าวว่า นี่คือการพิสูจน์ว่าอัลกอริทึมของเขาไม่เพียงแต่ใช้งานได้จริงในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังสามารถทำงานได้บน “ชิป AMD ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป” โดยไม่จำเป็นต้องใช้ “ชิปสั่งทำพิเศษที่แพงมหาศาล”

ทำไมต้องเป็นชิป FPGA ของ AMD?

เหตุผลที่ชิป FPGA ของ AMD (ซึ่งได้มาจากการเข้าซื้อกิจการ Xilinx) ทำงานนี้ได้ดีมาก เพราะมันเป็นฮาร์ดแวร์ที่ “ตั้งโปรแกรมใหม่ได้” (Reconfigurable) ทำให้สามารถปรับแต่งให้ทำงานเฉพาะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และที่สำคัญคือมี ค่าความหน่วง (Latency) ที่ต่ำมาก ซึ่งจำเป็นสุดๆ สำหรับการทำงานของ QEC ที่ต้องมีการป้อนข้อมูลกลับ (Feedback Loop) เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดแบบทันทีทันใด

พูดง่ายๆ คือ AMD ทำให้งานสำคัญส่วนหนึ่งของการประมวลผลควอนตัม สามารถย้ายมาทำบน “ฮาร์ดแวร์สำเร็จรูป” (Off-the-shelf Hardware) ได้สำเร็จ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการสร้างชิปพิเศษราคาแพงลงไปได้มากครับ

แล้ว NVIDIA ล่ะ? ทำไมถึงบอกว่า AMD ชนะ?

นี่คือจุดที่น่าสนใจครับ กลยุทธ์ของ NVIDIA ในด้านควอนตัมคอมพิวติ้งนั้น ยิ่งใหญ่และครบวงจรมาก โดยอาศัยเทคโนโลยีเฉพาะทางของตัวเอง เช่น DGX Quantum และ CUDA-Q ซึ่งแน่นอนว่าสามารถรัน QEC ได้ และอาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

แต่… ชัยชนะของ AMD ในครั้งนี้ คือการพิสูจน์ว่า “ฮาร์ดแวร์ทั่วไป” (Commodity Hardware) ก็สามารถทำงานสำคัญนี้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ NVIDIA ยังทำไม่ได้ในลักษณะนี้ เพราะ NVIDIA ไม่มีสินทรัพย์อย่าง Xilinx (ซึ่งเป็นผู้นำด้าน FPGA) อยู่ในมือนั่นเองครับ

อนาคตที่น่าจับตา

วงการควอนตัมคอมพิวติ้งยังถือเป็นเรื่องใหม่มากครับ และการแข่งขันก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกระแสความคลั่งไคล้ใน AI ที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด ก็น่าสนใจว่าผู้ผลิตชิปอย่าง AMD และ NVIDIA จะพัฒนากันไปในทิศทางไหน เมื่อควอนตัมคอมพิวเตอร์กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน AI” ชิ้นต่อไปในอนาคตครับ


#AMD #NVIDIA #IBM #QuantumComputing #ควอนตัมคอมพิวเตอร์ #ข่าวไอที #เทคโนโลยี #FPGA #QEC #ชิป #ข่าวAMD

Latest articles

More like this

Microsoft ปรับแผน Windows 11 ใหม่ ลดความแรง AI หันไปเน้นความเสถียรตามเสียงผู้ใช้งาน

มีรายงานว่า Microsoft กำลังเริ่มทบทวนและลดระดับการนำ AI เข้ามาใส่ไว้ใน Windows 11 แบบเชิงรุก หลังจากเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้งาน รวมถึงปัญหาเรื่องความเสถียรและความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในปี 2026 นี้ Microsoft เริ่มเปลี่ยนแนวทางจากการพยายามใส่...

Kling 3.0 มาแล้ว! ก้าวสำคัญสู่เครื่องมือสร้างวิดีโอระดับมืออาชีพ พร้อมเปิดให้ทดสอบช่วง Early Access

Kling AI ได้ประกาศเปิดตัวโมเดลเวอร์ชันใหม่ล่าสุด Kling 3.0 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2026 โดยการอัปเกรดครั้งนี้เป็นการรวมความสามารถของโมเดลรุ่นก่อนหน้าอย่าง Kling Video 2.6 และ...

อัปเกรดครั้งใหญ่! Google Chrome โฉมใหม่ มาพร้อม Gemini 3 ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่รู้ใจกว่าเดิม

วันนี้มีข่าวอัปเดตที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครที่ใช้ Google Chrome เป็นประจำ เพราะล่าสุด Google ได้ประกาศอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดในปัจจุบัน มาไว้บน MacOS,...