HomeNewsWindows 11 ก้าวสู่ AI OS! ทดสอบฟีเจอร์ "Agent" ให้ Copilot ทำงานเบื้องหลัง "เหมือนเรามีผู้ช่วยอีกคน"

Windows 11 ก้าวสู่ AI OS! ทดสอบฟีเจอร์ “Agent” ให้ Copilot ทำงานเบื้องหลัง “เหมือนเรามีผู้ช่วยอีกคน”

Published on

Microsoft กำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเปลี่ยน Windows 11 ให้กลายเป็น “AI Operating System” อย่างเต็มรูปแบบครับ ล่าสุด มีการค้นพบฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังทดสอบในกลุ่ม Testers (Insiders) ซึ่งอาจเป็นอนาคตของการทำงานอัตโนมัติบน PC ของเราเลย

ฟีเจอร์ใหม่: “Experimental agentic features”

ฟีเจอร์นี้มาในรูปแบบสวิตช์เปิด-ปิด (Toggle) ในหน้า Settings > System > AI components ที่มีชื่อตรงตัวว่า “Experimental agentic features” (ฟีเจอร์ตัวแทนทดลอง)

เมื่อผู้ใช้ “เลือกที่จะเปิด” (Opt-in) ฟีเจอร์นี้ มันจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Agent Workspace” (พื้นที่ทำงานของ Agent) ขึ้นมาครับ

“Agent Workspace” คืออะไร?

นี่คือจุดที่น่าทึ่งที่สุดครับ! “Agent Workspace” เปรียบเสมือนการที่ AI (เช่น Copilot) ได้รับ “บัญชี Windows (Windows Account) เป็นของตัวเอง” แยกต่างหาก!

ในพื้นที่พิเศษนี้ AI Agent สามารถทำงานต่างๆ เบื้องหลัง (In the background) ได้อย่างอิสระ… ในขณะที่คุณก็ยังคงใช้งานเดสก์ท็อปปกติของคุณต่อไป

พูดง่ายๆ คือ มันเหมือนมี “ผู้ช่วย AI อีกคน” กำลังนั่งทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกับคุณไปพร้อมๆ กันครับ

[Image showing the new Windows 11 AI components toggle for “Experimental agentic features”]

AI ทำอะไรได้บ้าง? (และเข้าถึงอะไรบ้าง?)

เมื่ออยู่ใน Workspace ของมัน AI Agent จะมีความสามารถในการ:

  • 🖱️ คลิก (Click)
  • ⌨️ พิมพ์ (Type)
  • 📜 เลื่อนหน้าจอ (Scroll)
  • 📂 เปิดแอปพลิเคชัน (Open apps)
  • 📝 ทำงานกับไฟล์ของคุณ (Work on your files)

และประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ: โดยค่าเริ่มต้น (By default) เมื่อคุณเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ AI Agent จะได้รับสิทธิ์ในการ “อ่านและเขียน” (Read/Write Access) โฟลเดอร์ส่วนตัวของคุณ เกือบทั้งหมด ทันที ไม่ว่าจะเป็น:

  • Documents (เอกสาร)
  • Downloads (ดาวน์โหลด)
  • Desktop (เดสก์ท็อป)
  • Pictures (รูปภาพ)
  • Music (เพลง)
  • Videos (วิดีโอ)

ย้ำ! “ทดลอง” และ “ต้องเข้าใจความเสี่ยง”

Microsoft ย้ำชัดเจนว่านี่คือฟีเจอร์ที่ยังอยู่ในขั้น “ทดลอง” (Experimental) เท่านั้น และมีให้ใช้เฉพาะกลุ่ม Testers ที่เลือกเปิดใช้งานเอง

ที่สำคัญ Microsoft ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการแนบท้ายไว้ด้วยว่า:

“เราขอแนะนำให้คุณเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจผลกระทบด้านความปลอดภัย (Security Implications) ที่จะตามมาเท่านั้น…”

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า Microsoft กำลังจะเปลี่ยน Copilot จาก “Chatbot” (ผู้ช่วยแชท) ไปสู่ “Agent” (ผู้ช่วยที่ลงมือทำงานจริง) อย่างเต็มตัวในอนาคตอันใกล้นี้ครับ


#Windows11 #Microsoft #Copilot #AI #AgenticFeatures #TechNews #ข่าวไอที #ปัญญาประดิษฐ์ #AIOS #Privacy #ความปลอดภัยไซเบอร์

Latest articles

More like this

Microsoft ปรับแผน Windows 11 ใหม่ ลดความแรง AI หันไปเน้นความเสถียรตามเสียงผู้ใช้งาน

มีรายงานว่า Microsoft กำลังเริ่มทบทวนและลดระดับการนำ AI เข้ามาใส่ไว้ใน Windows 11 แบบเชิงรุก หลังจากเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ใช้งาน รวมถึงปัญหาเรื่องความเสถียรและความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในปี 2026 นี้ Microsoft เริ่มเปลี่ยนแนวทางจากการพยายามใส่...

Kling 3.0 มาแล้ว! ก้าวสำคัญสู่เครื่องมือสร้างวิดีโอระดับมืออาชีพ พร้อมเปิดให้ทดสอบช่วง Early Access

Kling AI ได้ประกาศเปิดตัวโมเดลเวอร์ชันใหม่ล่าสุด Kling 3.0 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2026 โดยการอัปเกรดครั้งนี้เป็นการรวมความสามารถของโมเดลรุ่นก่อนหน้าอย่าง Kling Video 2.6 และ...

อัปเกรดครั้งใหญ่! Google Chrome โฉมใหม่ มาพร้อม Gemini 3 ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่รู้ใจกว่าเดิม

วันนี้มีข่าวอัปเดตที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครที่ใช้ Google Chrome เป็นประจำ เพราะล่าสุด Google ได้ประกาศอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่ฉลาดที่สุดในปัจจุบัน มาไว้บน MacOS,...